ยินดีต้อนรับ

KD Clinic Center

ให้คำปรึกษาครบวงจรในธุรกิจกัญชาทางการแพทย์ ถูกต้องตามกฏหมายจากผู้เชี่ยวชาญด้านการปลูก ผู้พัฒนาสายพันธุ์ต้นแบบ

092-559-5954097-226-2559

Stories อาจารย์ดำ

         นายอร่าม ลิ่มสกุล หรือที่เรียกกันว่า “ลุงดำ” ได้รับการยกย่องว่าเป็นผู้ปลูกกัญชา นักวิจัย และผู้พัฒนาสายพันธุ์ที่ดำเนินการสาขานี้ด้วยเทคนิคเฉพาะตัวมากว่า 30 ปี ปัจจุบันลุงดำเป็นหนึ่งในผู้ก่อตั้ง Organized สมาคมผู้ปลูกกัญชามืออาชีพแห่งประเทศไทย ลุงดำยอมรับว่า เข้าถึงกัญชาตั้งแต่เขายังเด็ก ผู้คนที่อาศัยอยู่ในเกาะพะงันก็มีใช้ “กัญชา” เพื่อความบันเทิงและการดูแลตนเองมาเป็นเวลานานแล้ว หลังลาออกในฐานะกรรมาธิการด้านสาธารณสุข ลุงดำได้มีครอบครัวและอาศัยอยู่ในเยอรมนีเป็นเวลาหลายปีและเมื่อคราวนั้น ลุงดำนำเมล็ดกัญชาติดตัวไปด้วย ลุงดำได้พบกับผู้คนมากมายที่เกี่ยวข้องกับกัญชาและแลกเปลี่ยนความรู้และความเข้าใจเกี่ยวกับกัญชาของยุโรป ลุงดำเดินทางไปหลายประเทศในยุโรปและอเมริกาและพยายามปลูกกัญชาลูกผสม และได้รับการยอมรับโดยนิตยสารกัญชาในยุโรป ยกย่องสายพันธุ์ KD ในด้านคุณภาพและความโดดเด่น หลังจากอยู่ต่างประเทศหลายปี
         ลุงดำก็กลับมาพร้อมกับความรู้เรื่องกัญชาและเทคนิคเฉพาะตัวที่สั่งสมความรู้และประสบการณ์จากการเดินทางไปทั่วโลก ลุงดำบูรณาการความรู้ของเขา เข้ากับสายพันธุ์กัญชาของเขาในด้านการแพทย์ อีกอย่างลุงดำเคยเป็นหมอในสถานีอนามัยมาก่อน ลุงดำหันมาใช้กัญชารักษาโรคต่างๆได้หลากหลายและ ผลลัพธ์ที่ได้ประสบผลสำเร็จอย่างมากในหลายๆ ด้าน ทั้งการกิน การหยด หรือแม้กระทั่งการสูบ ลุงดำไม่ต้องการละทิ้งความรู้เรื่องกัญชาของเขา ดังนั้นลุงดำจึงส่งได้มอบความรู้แก่พี่น้องและลูกศิษย์จำนวนมาก จนกระทั่งกัญชาได้รับการยอมรับไปทั่วโลก ผู้คนต่างเห็นพ้องกันว่ากัญชาถือเป็นยาสวรรค์นั่นเอง สามารถรักษาคนให้หายจากโรคภัยไข้เจ็บได้ เกษตรกรรมกัญชาสมัยใหม่มุ่งเป้าไปที่ประชาชน เกาะสมุย เกาะพะงัน เกาะเต่า และใครๆ ก็ยอมรับการรักษาแบบนี้จากลุงดำ อย่างไรก็ตามการปลูกกัญชายังถือว่าผิดกฎหมาย กัญชายังขาดแคลนและผู้ปลูกจำเป็นต้องซ่อนและปลูกไว้ใต้ดิน โชคดีที่เมื่อมีการแก้ไขกฎหมายซึ่งในนั้นกัญชาถือว่าถูกกฎหมาย ลุงดำ เพื่อนและผู้ติดตามของเขาเห็นคุณประโยชน์มากมาย และจากองค์กรที่สนับสนุนกัญชาทั้งภาครัฐและเอกชน ลุงดำได้สร้าง สมาคมเพื่อเตรียมการเปิดกัญชาเสรี ซึ่งภารกิจหลักคือการสร้าง ผู้ปลูกกัญชาอาชีพ.

Soft opening

5 โรคที่เน้นรักษา

โรคนอนไม่หลับ (Insomnia)

ในกัญชาจะมี สารซีบีดี (CBD) มีประโยชน์ช่วยลดความวิตกกังวลทำให้หลับง่ายขึ้น และนอนหลับได้นานขึ้น CBD สารสกัดน้ำมันกัญชาทางการแพทย์ช่วยปรับสมดุลการนอนหลับ สาร CBD ในขนาดต่ำาจะส่งผลกระตุ้นการนอนหลับ ส่วนในขนาดสูงจะช่วยทำให้ง่วงหลับได้ง่ายขึ้น ลดการตื่นตัวขณะหลับ และเพิ่มระยะเวลาในการหลับ

โรคปวดท้องประจำเดือน (Menstrual Cramps)

กัญชาถูกนำไปใช้เป็นยาสมุนไพรมาแต่ดั้งเดิมในวัฒนธรรมทั่วโลกเพื่อเป็นตัวช่วยแก้อาการปวดประจำเดือน ในอังกฤษสมเด็จพระราชินีวิกตอเรียยังกล่าวว่าได้ใช้กัญชาเพื่อบรรเทาปวดที่เจ็บปวดของเธอโดยแพทย์ส่วนบุคคลของเธอเป็นหมอที่มีชื่อเสียงทางด้านกัญชา William B. O’Shaughnessy ทุกวันนี้ผู้หญิงทั่วโลกยังคงใช้กัญชาในการบรรเทาอาการปวดที่เจ็บปวดของพวกเขา แต่ยังไม่มีการศึกษาอย่างเป็นทางการเพื่อยืนยันประสิทธิภาพและยังไม่ได้ระบุกระบวนการทางชีววิทยาที่ใช้ในที่ทำงาน อย่างไรก็ตามเป็นที่ทราบกันดีว่า THC สามารถทำหน้าที่เป็นยาแก้ปวดและ ฤทธิ์ต้านการอักเสบ ที่มีประสิทธิภาพ (ยาแก้ปวดเป็นคำทั่วไปสำหรับยาแก้ปวดยา ฤทธิ์ต้านการอักเสบเฉพาะหยุดเส้นประสาทจากการรับรู้สัญญาณอาการปวดที่ทั้งหมด) ทั้งสองนี้ THC และ CBD มีความสามารถในการลดการอักเสบซึ่งอาจส่งผลต่อการลดความรู้สึกไม่สบายตัว
ข้อมูลอ้างอิง

โรคมะเร็ง (Cancer)

โรคมะเร็งเป็นสาเหตุการตายสำคัญในหลายประเทศรวมถึงประเทศไทยซึ่งมีแต่ละปีมีผู้ป่วยมะเร็งเสียชีวิตมากกว่า 70,000 ราย ความผิดปกติของสารเมแทบอไลต์และเนื้องอกที่เจริญเติบโตโดยตรงเข้าไปในเนื้อเยื่อข้างเคียง ก่อให้เกิดผลกระทบทางสรีรวิทยาและระบบการเผาผลาญพลังงานผู้ป่วยมะเร็งมักจะมีอาการปวดเรื้อรัง น้ำหนักลด และอาการนอนไม่หลับ การรักษาและดูแลผู้ป่วยให้มีคุณภาพชีวิตที่ดีในช่วงสุดท้ายของชีวิตและจากไปอย่างสงบถือเป็นความท้าทายอย่างหนึ่งเนื่องจากจำเป็นต้องใช้ยาหลายชนิดเพื่อบรรเทาอาการเหล่านั้น เช่นยากลุ่มโอปิออยด์ (opioids) ยากระตุ้นความอยากอาหาร และยานอนหลับ และอาจมีผลข้างเคียง เช่น อาการท้องผูกรุนแรง การพึ่งพายา และกดการหายใจและเสียชีวิต จากการใช้ยาโอปิออยด์เกินขนาดหลายทศวรรษที่ผ่านมา มีการค้นพบระบบ เอนโด-แคนนาบินอยด์ (endocannabinoid system; ECS) ที่รักษาความสมดุลและควบคุม การทำงานของระบบต่างๆ ในร่างกาย และอาจจะมีศักยภาพด้านการรักษาโรคมะเร็ง จากการศึกษาจำนวน มากในหลอดทดลองและสัตว์ทดลอง ทำให้เกิดความสนใจของประชาชนและบุคลากรทางการแพทย์ ในการ นำสารสกัดจากกัญชามาใช้ประโยช์ในเรื่องดังกล่าว

สารสกัดจากกัญชารักษามะเร็งได้หรือไม่?
ในปี 2518 มีนักวิจัยกลุ่มแรก (Antineoplastic activity of cannabinoids., 1975. Munson AE, Harris LS, Friedman MA, Dewey WL, Carchman RA.) รายงานว่าสารสกัดจากกัญชาอาจยับยั้งการเติบโตของเซลล์มะเร็งปอดและยับยั้งการเติบโตของเนื้องอกมะเร็งบางอย่างในหนูทดลองได้ หลังจากนั้น เมื่อมีการวิจัยเพิ่มขึ้น พบว่าสารสกัดจากกัญชาสามารถต้านการเจริญเติบโตของเซลล์มะเร็งชนิดต่าง ๆ ได้จริง โดยการยับยั้งกระบวนการสร้างเส้นเลือดของก้อนมะเร็ง (Angiogenesis) และลดการกระจายตัวของเซลล์มะเร็งไปยังส่วนอื่น ๆ (Metastasis) ในโรคมะเร็งหลายชนิด ด้วยการกระตุ้นให้เกิดการสร้างโปรแกรมการตายของเซลล์มะเร็ง (Program cell death) ผ่านกระบวนการยับยั้งการเจริญเติบโตของเซลล์มะเร็ง ในปัจจุบันสารกลุ่มนี้อยู่ในระหว่างการศึกษาทางคลินิก โดยพบว่าการให้สาร Cannabinoids ร่วมกับการให้ยาเคมีบำบัด Temozolomide สามารถช่วยลดการเติบโตของเนื้องอกสมองได้ และมีการรายงานในลักษณะคล้ายกันจากอีกหลายงานวิจัยที่พบว่าการให้สารสังเคราะห์ในกลุ่ม Cannabinoids (เช่น HU-210) สามารถช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการต้านมะเร็งของยา Paclitaxelและยา 5-Fluorouracil

ลดอาการคลื่นไส้ อาเจียนจากการได้รับเคมีบำบัด
สาร Nabilone และ Dronabinol เป็นสารสังเคราะห์ที่เป็นอนุพันธ์ของสาร THC มีผลการวิจัยทางคลินิกยืนยันว่า Nabilone มีประสิทธิภาพในการลดอาการคลื่นไส้ อาเจียนในผู้ป่วยที่ได้รับยาเคมีบำบัดได้ดี และได้รับการอนุมัติให้ใช้ในประเทศแคนาดา ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2525 เป็นต้นมา ส่วนสาร Dronabinol มีประสิทธิภาพลดอาการคลื่นไส้ อาเจียนได้ดี และได้รับการอนุมัติให้จำหน่ายทั้งในประเทศอเมริกา (ปี พ.ศ. 2528) และในแคนาดา (ปี พ.ศ. 2538)

เพิ่มความอยากอาหารในผู้ป่วยมะเร็งและเอดส์
สาร THC ช่วยเพิ่มความอยากอาหารให้ผู้ป่วยมะเร็งและเอดส์ เมื่อมีการทดลองใช้ทางคลินิกเป็นเวลา 4-6 สัปดาห์ และได้รับการอนุมัติให้ใช้สาร Dronabinol ซึ่งเป็นอนุพันธ์ของสาร THC เพื่อเพิ่มความอยากอาหารได้ในประเทศแคนาดาสำหรับผู้ป่วยกลุ่มนี้

ลดอาการปวด
สารในกลุ่มแคนนาบินอยด์ส่วนใหญ่ โดยเฉพาะ THC ช่วยลดอาการปวดแบบเฉียบพลัน และแบบเรื้อรังได้ (Acute และ Chronic pain) ช่วยให้ผู้ป่วยสามารถนอนหลับได้เพิ่มขึ้น ยาในรูปแบบสเปรย์พ่นในปาก (Oromucosal spray, Nabiximols) โดยใช้ส่วนผสมร่วมระหว่าง THC และ CBD ช่วยลดอาการปวดข้อ (Rheumatoid arthritis) ได้ แต่สำหรับอาการปวดเรื้อรังในผู้ป่วยมะเร็งยังไม่มีข้อสรุปทางคลินิกที่ชัดเจน
บทความโดย นายทวีศักดิ์ อารีกุล นักวิทยาศาสตร์สุขภาพ โรงพยาบาลการแพทย์แผนไทย คณะการแพทย์แผนไทย มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์

โรคสะเก็ดเงิน (Psoriasis)

น้ำมันกัญชาสามารถช่วยผู้ป่วยโรคสะเก็ดเงินและโรคผื่นผิวหนังอักเสบได้อย่างไรนั้น การใช้น้ำมันกัญชาที่มีสาร CBD กับโรคสะเก็ดเงิน และ โรคผื่นผิวหนังอักเสบ สามารถช่วยได้โดยการส่งผลต่อระบบเอ็นโดแคนนาบินอยด์ของร่างกาย ซึ่งระบบเอ็นโดแคนนาบินอยด์เป็นโครงข่ายที่ใหญ่ที่สุดของเซลล์ประสาทที่ช่วยร่างกายในการควบคุมหน้าที่ต่างๆ เช่น การนอนหลับ อารมณ์ ความอยากอาหาร ความเจ็บปวด การอักเสบ หน้าที่ระบบภูมิคุ้มกัน ระบบเอ็นโดแคนนาบินอยด์ประกอบไปด้วยสารแคนนาบินอยด์ที่ร่างกายผลิตขึ้นตามธรรมชาติ คือ สารเอ็นโดแคนนาบินอยด์ และ ตัวรับ ซึ่งมีตัวรับอยู่ในเกือบทุกเซลล์ในร่างกาย รวมถึงบริเวณผิวหนังและในเซลล์ภูมิคุ้มกัน โดยกัญชาสามารถทำปฏิกิริยากับตัวรับเอ็นโดแคนนาบินอยด์ในผิวหนังเพื่อช่วยในเรื่องการอักเสบ อาการเจ็บปวด และอาการคันในผู้ป่วยโรคผื่นผิวหนังอักเสบและโรคสะเก็ดเงินได้ หรือแม้กระทั่งผู้ที่มีอาการผิวแห้ง คัน และผิวแพ้ง่าย ตามการเปิดเผยของ University of Colorado ในปี 2017 กล่าวว่า สาร CBD, สาร CBG, และสาร CBN มีประโยชน์ต่อผู้ป่วยโรคสะเก็ดเงิน หมายความว่า น้ำมันกัญชาที่มีสาร CBD อาจกลายเป็นการรักษาโรคสะเก็ดเงินที่มีประสิทธิภาพ ที่มา mgronline.

โรคไมเกรน (Migraine)

โรคไมเกรน คืออาการปวดหัวชนิดนึงซึงจัดได้ว่าเป็นอาการปวดหัวที่รุนเเรงโดยจะมีอาการปวดตุบๆ เฉพาะบางจุดหรือจุดใดจุดหนึ่งบริเวณศรีษะ เเละจะปวดศรีษะข้างเดียว เเต่อาจจะย้ายข้างได้ เเต่มักจะเกิดทีละข้าง ลักษณะการปวดจะมาเป็นช่วงๆ จะรู้สึกตุบๆ คล้ายเส้นเลือดเต้น โดยความรุนเเรงของอาการปวดนั้นก็เเล้วเเต่บุคคล จะมีอาการปวดที่รุนเเรงปานกลางถึงปวดขั้นรุนเเรงมาก กัญชาเป็นพืชสมุนไพรที่สามารถรักษาโรคได้หลากหลายโรค โดยกัญชานั้นพบว่าถูกใช้รักษากลุ่มอาการปวดศรีษะ รวมไปถึงไมเกรนมาเป็นระยะเวลานาน โดยระบบเอนโดรนาบินอยด์ในร่างกายของคนเราจะเป็นตัวควบคุมที่ใหญ่ที่สุดในร่างกาย โดยควบคุมตั้งเเต่อาการเจ็บปวดไปจนถึงความอยากรับประทานอาหาร โดยร่างกายของคนเรานั้นจพทำการผลิจสารเเคนนาบินอยด์ขึ้นเองเเละในทุกๆ เซลล์ก็จะมีตัวรับสารชิดนี้อยู่ซึ่งสารอะนันดาไมด์เป็นสารเเคนนาบินอยด์ที่ร่างการสามารถสร้างขึ้นเองได้ซึ่งมีความคล้ายกับสาร THC ในกัญชา โดยจากผลวิจัยพบว่าผู้ปาวยไมเกรนนั้นจะมีระดับของสารอะนันดาไมด์ต่ำกว่าเกณฑ์ปกติ จึงคาดการณ์ได้ว่าโรคไมเกรนนั้นเกิดจากความบกพร่องของระบบเอนโดรเเคนนาบินอยด์ โดยมีผลวิจัยในการใช้กัญชารักษาอาการปวดไม่เกรน พบว่า การใช้กัญชาเป็นประจำช่วยลดความถี่ในการปวดศรีษะลงได้ เนื่องจากการปวดไมเกรนนั้นเป็นผลมาจากความบกพร่องของระบบเอนโดรเเคนนาบินอยด์ ดังนั้น การที่เราใช้สาร CBD เป็นประจำในปริมารที่เหมาะสมในทุกๆ วันอาจสามารถป้องกันการกำเริบของโรคไมเกรนลงได้ โดยอาจะผสมลงในกาเเฟ หรือเครื่องดื่มต่างๆ การสูบ หรือเเม้กระทั้งการ เวป เป็นต้น โดยสาร CBD สารมารถใช้ในผู้ป่วยที่เริ่มรู้สึกถึงอาการปวดศรีษะในตอนต้นได้เพื่อบรรเทาอาการที่ปวดหัวที่จะรุนเเรงขึ้น
ข้อมูลอ้างอิง

บริการของเรา

ยาสมุนไพรบริการ อื่น ๆ

สมุนไพรลุงดำเกาะเต่า

ส่งข้อความหาเรา

เคดี คลินิก เซนเตอร์

ข้อมูลติดต่อ

วันเวลา เปิด-ปิด อังคาร-ศุกร์ 10.00-18.00 น. เสาร์-อาทิตย์ 10.00-20.00 น. หยุดทุกวันจันทร์